วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ภาพยนต์ รถไฟฟ้ามาหานะเธอ


วันนี้มีภาพยนตร์สนุกๆมานำเสนอคะ คิดว่าเพื่อนๆหลายคนคงจะชอบเรื่องนี้เหมือนดิฉันนะคะ
ภาพยนต์เรื่องรถไฟฟ้ามาหานะเธอ
กำหนดฉายหนังรถไฟฟ้ามาหานะเธอ :15 ตุลาคม2552ประเภท :romantic,comedy
นักแสดงนำหนัง :เคน ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์,คริส หอวัง,แพท อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา
ผู้กำกับหนัง รถไฟฟ้ามาหานะเธอ : อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม


เรื่องย่อหนังรถไฟฟ้ามาหานะเธอ
สภาพจราจรในปี 2552 ยังเป็นปัญหาหนักอกของคนกรุงเทพฯ ด้วยแม้จะมีถนน สะพาน ทางด่วนใหม่ๆผุดขึ้นหลายต่อหลายสาย ผิวจราจรเหล่านั้นก็ยังติดขัดและไม่เพียงพอต่อความต้องการ...ถนนในกทม.ก็เหมือนหนุ่มหล่อแสนดี ที่มีน้อยและไม่เคยเพียงพอต่อความต้องการ!เหมยลี่ (คริส หอวัง)เป็นสาวอายุ 30 ที่มีพฤติกรรมป่วนประจำตัวอย่างหนึ่ง คือ การเมาในงานแต่งงานเพื่อน เพราะมันช่างตอกย้ำซ้ำเติมชีวิตโสดสนิทไร้ชายใดมาแผ้วพานของลี่ วันหนึ่งหลังลากสังขารกลับจากการส่งเพื่อนสาวสุดซี้เข้าห้องหอ ลี่ขับรถเสยเข้ากับแผงโจ๊กในตลาดโต้รุ่ง ส่งผลให้รถเก๋งคันงามของเธอถูกป๊าผู้ต่อต้านแอลกอฮอลล์ทุกชนิดขายทิ้ง โทษฐานเมาแล้วขับ ชีวิตที่ไม่มีชายหนุ่มคอยไปรับไปส่งอย่างลี่ จึงต้องออกไปผจญการจราจรสุดโหดของเมืองบางกอกเพียงลำพัง แต่ละวันลี่ต้องปากกัดตีนถีบ ขึ้นมอเตอร์ไซค์ ต่อรถตู้ โบกแท็กซี่ โหนรถเมล์ โดดลงเรือ ฯลฯ สารพันความเมื่อยล้าจากการเดินทางแบบเมก้าฮิตทำให้เวลานอนของลี่แปรปรวน คืนหนึ่งลี่ตื่นมากลางดึกและแอบขึ้นไปกินเบียร์บนดาดฟ้า โชคดีปนร้าย ลี่บังเอิญไปเจอลูกจ้างชายหญิงกำลังแสดง "หนังสด"กันอยู่ กลายเป็นคดีอื้อฉาวกลางดึกที่นำพาให้ลี่ได้พบกับ ลุง (เคน – ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์)วิศวกร Maintenance แห่งรถไฟฟ้า BTS การได้พบกับผู้ชายชื่อแปลกคนนี้แบบไม่เมา ในคืนต่อมาทำให้ลี่เริ่มรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาเป็นครั้งแรกในสามสิบฝน ในหัวลี่อัดแน่นด้วยคำถาม "ผู้ชายที่ทั้งขาว ทั้งหล่อ ทั้งเท่ ไหงถึงมาซ่อนตัวทำงานรถไฟฟ้ากะดึกอยู่อย่างนี้"ลี่รู้สึกราวกับว่า ลุง คือ ขุมทรัพย์ที่เธอบังเอิญไปพบลายแทงเข้า หากเธอไม่ลงมือทำอะไร ไม่ทำในสิ่งที่ใจต้องการ เธออาจกลายเป็นหญิงโสดคนสุดท้ายในกรุงเทพมหานคร ลี่ตัดสินใจทำในสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนเคยคิด แต่ไม่กล้าลงมือ นั่นคือ การจีบผู้ชายก่อน!!แต่ทุกอย่างมันก็ไม่ง่ายสำหรับมือใหม่หัดจีบอย่างลี่ ไหนจะเวลาไม่ตรงกันจนเหมือนอยู่คนละโลกของเขากับเธอ ไหนจะถูก เพลิน (แพท - อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา) สาวน้อยข้างบ้านหักหลัง แปรพักตร์จากครูไปเป็นคู่แข่งความรัก แต่ไม่ว่าจะต้องผจญอุปสรรคไหน ๆ ลี่ก็ไม่คิดถอดใจ ตั๋วรักรถไฟ(ฟ้า) เที่ยวสุดท้ายใบนี้ ลี่สาบานว่าจะไม่ยอมให้หลุดมือเด็ดขาด!


ขอขอบคุณที่มาจาก...
http://movie.kapook.com/view3269.html

วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2552

สวัสดีวันฮาโลวีน 2009

วันนี้ก็ถึงวันฮาโลวีน แล้วนะคะ สำหรับคนต่างประเทศ เขาก็จะจัดงานกันใหญ่โตแต่สำหรับคนไทย อย่างพวกเราเพียงแค่รู้ประวัติความเป็นมาของ เขาก์น่าจะพอแล้วนะคะ วันนี้ดิฉันก็เลยถือโอกาสนำประวัติวันฮาโลวีนมาเล่าสู่กันฟังคะ

ประวัติวันฮาโลวีน(Halloween day)
วันที่ 31 ต.ค. เป็นวันที่ชาว เคลต์ (Celt) ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองเผ่าหนึ่งในไอร์แลนด์ ถือกันว่า เป็นวันสิ้นสุดของฤดูร้อน และวันต่อมา คือ วันที่ 1 พ.ย. เป็นวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งในวันที่ 31 ต.ค. นี่เองที่ชาวเคลต์เชื่อว่า เป็นวันที่มิติคนตาย และคนเป็นจะถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน และวิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตในปีที่ผ่านมาจะเที่ยวหาร่างของคนเป็นเพื่อสิงสู่ เพื่อที่จะได้มีชีวิตขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เดือดร้อนถึงคนเป็น ต้องหาทุกวิถีทางที่จะไม่ให้วิญญาณมาสิงสู่ร่างตน ชาวเคลต์จึงปิดไฟทุกดวงในบ้าน ให้อากาศหนาวเย็น และไม่เป็นที่พึงปรารถนาของบรรดาผีร้าย นอกจากนี้ยังพยายามแต่งกายให้แปลกประหลาด ปลอมตัวเป็นผีร้าย และส่งเสียงดังอึกทึก เพื่อให้ผีตัวจริงตกใจหนีหายสาบสูญไป
ในวันนี้จะมีการทำโคมรูปฟักทอง แจ๊ก-โอ'-แลนเทิร์นบางตำนานยังเล่าถึงขนาดว่า มีการเผา "คนที่คิดว่าถูกผีร้ายสิง" เป็นการเชือดไก่ให้ผีกลัวอีกต่างหาก แต่นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนคริสต์กาล ที่ความคิดเรื่องผีสางยังฝังรากลึกในจิตใจมนุษย์ ต่อมาในศตวรรษแรกแห่งคริสต์กาล ชาวโรมันรับประเพณีฮาโลวีนมาจากชาวเคลต์แต่ได้ตัดการเผาร่างคนที่ถูกผีสิงออก เปลี่ยนเป็นการเผาหุ่นแทน กาลเวลาผ่านไป ความเชื่อเรื่องผีจะสิงสูร่างมนุษย์เสื่อมถอยลงตามลำดับ ฮาโลวีนกลายเป็นเพียงพิธีการ การแต่งตัวเป็นผี แม่มด สัตว์ประหลาดตามแต่จะสร้างสรรค์กันไป ประเพณีฮาโลวีนเดินทางมาถึงอเมริกาในทศวรรษที่ 1840 โดยชาวไอริชที่อพยพมายังอเมริกา สำหรับประเพณี ทริกออร์ทรีต (Trick or Treat แปลว่า หลอกหรือเลี้ยง) นั้น เริ่มขึ้นในราวคริสต์ศตวรรษที่ 9 โดยชาวยุโรป ซึ่งถือว่า วันที่ 2 พ.ย. เป็นวัน 'All Souls' พวกเขาจะเดินร้องขอ 'ขนมสำหรับวิญญาณ' (soul cake) จากหมู่บ้านหนึ่งไปยังอีกหมู่บ้านหนึ่ง โดยเชื่อว่า ยิ่งให้ขนมเค้กมากเท่าไร วิญญาณของญาติผู้บริจาคก็ได้รับผลบุญ ทำให้มีโอกาสขึ้นสวรรค์ได้มากเท่านั้น
การเล่น trick or treat ตามบ้านคนส่วนตำนานที่เกี่ยวกับฟักทองนั้น เป็นตำนานพื้นบ้านของชาวไอริช ที่กล่าวถึง แจ๊คจอมตืด ซึ่งเป็นนักเล่นกลจอมขี้เมา วันหนึ่งเขาหลอกล่อปีศาจขึ้นไปบนต้นไม้ และเขียนกากบาทไว้ที่โคนต้นไม้ ทำให้ปีศาจลงมาไม่ได้ จากนั้นเขาได้ทำข้อตกลงกับปีศาจ 'ห้ามนำสิ่งไม่ดีมาหลอกล่อเขาอีก' แล้วเขาจะปล่อยปีศาจลงจากต้นไม้ เมื่อแจ็คตายลง เขาปฏิเสธที่จะขึ้นสวรรค์ ขณะเดียวกันปฏิเสธที่จะลงนรก ปีศาจจึงให้ถ่านที่กำลังคุแก่เขา เพื่อเอาไว้ปัดเป่าความหนาวเย็นท่ามกลางความมืดมิด และแจ็คได้นำถ่านนี้ใส่ไว้ในหัวผักกาดเทอนิพที่ถูกเจาะให้กลวง เพื่อให้ไฟลุกโชติช่วงได้นานขึ้น ชาวไอริชจึงแกะสลักหัวผักกาดเทอนิพ และใส่ไฟในด้านใน อันเป็นอีกสัญลักษณ์ของวันฮาโลวีน เพื่อระลึกถึง 'การหยุดยั้งความชั่ว' Trick or Treat เพื่อส่งผลบุญให้กับญาติผู้ล่วงลับ และพิธีทางศาสนาเพื่อทำบุญวันปีใหม่ แต่เมื่อมีการฉลองฮาโลวีนในสหรัฐอเมริกา ชาวอเมริกาพบว่า ฟักทองหาง่ายกว่าหัวผักกาดมาก จึงเปลี่ยนมาใช้ฟักทองแทน หัวผักกาดจึงกลายเป็นฟักทองด้วยเหตุผลฉะนี้
ประเพณีทริกออร์ทรีต ในสหรัฐอเมริกาคือการละเล่นอย่างหนึ่งที่เด็กๆ เฝ้ารอคอย ในวันฮาโลวีนตามบ้านเรือนจะตกแต่งด้วยโคมไฟฟักทองและตุ๊กตาหุ่นฟางที่เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลประเพณีเก็บเกี่ยว (Harvest) ในช่วงเดียวกันนั้น แต่ละบ้านจะเตรียมขนมหวานที่ทำเป็นรูปเม็ดข้าวโพดสีขาวเหลืองส้มในเม็ดเดียวกัน เรียกว่า Corn Candy และขนมอื่นๆไว้เตรียมคอยท่า ส่วนเด็กๆ ในละแวกบ้านก็จะแต่งตัวแฟนซีเป็นภูตผีมาเคาะตามประตูบ้าน โดยเน้นบ้านที่มีโคมไฟฟักทองประดับ (เพราะมีความหมายโดยนัยว่าต้อนรับพวกเขา) พร้อมกับถามว่า "Trick or treat?" เจ้าของบ้านมีสิทธิที่จะตอบ treat ด้วยการยอมแพ้ มอบขนมหวานให้ภูตผี(เด็ก)เหล่านั้น ราวกับว่าช่างน่ากลัวเหลือเกิน หรือเลือกตอบ trick เพื่อท้าทายให้ภูตผีเหล่านั้นอาละวาด ซึ่งก็อาจเป็นอะไรได้ ตั้งแต่แลบลิ้นปลิ้นตาหลอกหลอน ไปจนถึงขั้นทำลายข้าวของเล็กๆ น้อยๆ แล้วอาจจบลงด้วยการ treat เด็กๆ ด้วยขนมในที่สุด

วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2552

มองแต่สิ่งดีดี 30 วิธี

สำหรับวันนี้ดิฉันก็มีเรื่องราวดีดีมาบอกเล่ากับเพื่อนทุกๆคนคะ เนื่องจากวันนี้คุณครูวิชาสังคมใพวกเราหาเรื่องดีๆมาเล่าแบ่งปันกัน ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้ของเเพ่อนดิฉันเป็นเรื่องที่ดีมากคะ ก็อยากจะเอามาแบ่งกันคะ
1. นึกไว้เสมอว่า การโกรธ 1 นาที จะทำให้ความทุกข์อยู่กับคุณ 3 ชั่วโมง
2. ถ้ายิ้มให้กับคนที่อยู่ในกระจกรับรองว่าเขาต้องยิ้มตอบกลับมาทุกครั้ง
3. ลองปลูกต้นไม้เองซักต้นการเติบโตของมันจะบ่งบอกตัวตนของคุณได้
4. หลับตานิ่งๆสัก 3 นาที เมื่อรู้สึกว่าอะไรที่อยู่ตรงหน้ามันช่างยากเย็นเหลือเกิน
5. ระหว่างแปรงฟันฮัมเพลงไปด้วยจนจบ จะทำให้ฟันสะอาดขึ้นเป็น 2 เท่า
6. เคี้ยวข้าวแต่ละคำให้ช้าลงจากรสชาติที่ธรรมดา ก็จะอร่อยขึ้นเยอะเลย
7. ไม่ว่าผมจะสั้นหรือยาวแค่ไหนก็ต้องการให้หวีอย่างทะนุถนอมเหมือนกันหมด
8. การขึ้น-ลงบันไดสูงๆแบบไม่ให้เมื่อย คือ การไม่นับว่ากำลังยืนอยู่บันไดขั้นที่เท่าไร
9. คนตาบอดจะเห็นว่าคุณสวยมากๆทันทีที่คุณถามเขาว่า “ช่วยพาข้ามถนนไหมคะ”
10. เมื่อจะหยิบเศษเงินให้ขอทานไม่จำเป็นต้องนับก่อนที่จะหย่อนลงกระป๋องหรอก
11. ควรหัดพูดคำว่า ไม่เป็นไร ให้เคยปากมากกว่าจะพูดคำว่า จะเอายังไง
12. ลองตั้งนาฬิกาให้เร็วขึ้น 15 นาที รับรองว่าจะไม่ไปสายเหมือนเมื่อก่อน
13. สัตว์เลี้ยงที่บ้านเก็บความลับเก่ง ดังนั้น เรื่องที่ไม่อยากให้ใครรู้ จึงเล่าให้มันฟังได้
14. อาหารที่จะไม่ชอบกินตอนเด็กลองตักเข้าปากอีกสักที เผื่อจะกลายเป็นอาหารจานโปรด
15. เขียนชื่อคนที่คุณเกลียดใส่กระดาษ แล้วฉีกทิ้ง (หรือแปะไว้ใต้รองเท้าแล้วใส่รองเท้านั้นไปเดินเล่นสักพัก)ความเกลียดจะเบาบางลงเรื่อยๆ
16. ปล่อยน้ำตาให้ไหลโดยไม่ต้องเช็ด เมื่อน้ำตาแห้ง จะดูแทบไม่ออกเลยว่าเพิ่งร้องไห้
17. ตุ๊กตาและของเล่นเก่าๆจะทำให้เรายิ้มออกเสมอเมื่อได้เห็นมันอีกครั้ง
18. ก่อนซื้ออะไรก็ตาม ต้องคิดหาประโยชน์ของมัน ทำให้ได้ 3 ข้อก่อน
19. ถึงเสื้อและกางเกงในตู้จะมีอยู่น้อย แต่ถ้าใสสลับกันไปเรื่อยๆก็จะดูเหมือนมีเยอะขึ้น
20. ซาลาเปา 1 ลูก กินได้ 2 คน ลูกชิ้นปิ้ง 1 ไม้ กินได้ 4 คน ถ้าคุณคิดจะแบ่งเท่านั้นเอง
21. เลือกให้ของขวัญคนที่ไม่เคยได้ ดีกว่าให้คนที่ได้เยอะ จนจำชื่อคนให้ได้ไม่หมด
22. ในวันที่รู้สึกเศร้าหรือเหงาๆเดินไปซื้อดอกไม้ให้ตัวเองซักดอกก็จะดีขึ้น
23. แอบรักใครสักคน...ยังไงก็ยังดีกว่าไม่เคยรู้ว่าความรู้สึกรักมันเป็นอย่างไร
24. ถึงจะไม่ได้ออกไปไหน แต่ก็ไม่ได้หมายความจะแต่งตัว สวยๆ หล่อๆ ไม่ได้นี่
25. ฝึกโรแมนติกง่ายๆคนเดียวบ้าง ด้วยการนั่งนับดาวให้ครบ 100 ดวงก่อนนอน
26. ถ้าคุณเช็ดกระจกที่ขุ่นมัวที่สุดจนสดใสได้ ทำไมถึงจะเรียนดีกว่านี้ไม่ได้
27. พยายามอ่านหนังสือทุกชนิดในมือให้จบ มันอาจจะไม่สนุก แต่ก็มีประโยชน์แฝงอยู่
28. วันที่ตื่นเช้าให้บิดขี้เกียจให้นานที่สุด เท่าที่จะนานได้ ถ้าขี้เกียจออกกำลังกาย
29. แค่เอาข้าวที่กินไม่หมดไปให้หมาที่เดินผ่าน ก็เป็นการทำบุญที่ไม่ต้องลงทุนแล้ว
30. ปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็นในบ้าน แม่จะได้มีค่าขนมให้คุณเพิ่มขึ้นอีกหลายบาท

ขอขอบคุณ น.ส.ธนิดา เสมอภาค สำหรับเรื่องดีดีนี้คะ

วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ควารมเครียดมาเยือน

วันนี้ไม่มีอะไรมากหรอกนะ เพียงแต่วันนี้ฉันเครียด นิดหน่อยนะ เกี่ยวกับคะแนนเทอมแรกของฉัน ก่อนหน้านี้ฉันเคยได้ฟังเรื่องราวจากพวกรุ่นพี่ ว่า ม.ปลายนะมันไม่ได้ง่ายดายเหมือนม.ต้นหรอก พวกพี่ๆมักบอกกับพวกเราเสมอว่า การเรียนม.ปลายนั้นมันยากมาก แถมได้คะแนนก็อยากอีกต่างหาก บางคนตอนเรียนม.ต้น เคยได้เกรดสูงมาตลอด แต่พอมาอยู่ม.ปลายเท่านั้นแหละเกรดกับทรุดฮวบเลย ฉันกลัวจริงๆ กลัวจะเป็นแบบนั้นบาง ตอนนี้ฉันรู้คะแนนบางวิชาแล้ว บางวิชาฉันก็พอใจกับคะแนนนะ แต่บางวิชาฉันก็รู้สึกเสียใจเหมือนกัน แต่ว่านะมันก็มีเรื่องดีหนึ่ง ฉันไม่บอกหรอกว่าเพื่อนของฉันชื่อมนัสวีละ ตอนที่ฉันเครียดเรื่องคะแนน ฉันก็บ่นบ้างอะไรบ้างตามเรื่องตามราวของฉันไป แต่พื่อนของฉันเธอบอกกับฉันว่า “ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวเราค่อยทำใหม่เทอมนนี้ก็ได้ เราพยายามเต็มที่แล้ว เราก็ไม่ต้องเสียใจหรอกนะ”คำพูดของเธอในวันนั้นทำให้ฉันมีกำลังใจมากขึ้น ...ขอบใจมากนะ...

วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2552

อาทิตย์ที่โรงเรียนเปิด(ก่อนชาวบ้าบเขา)

ตอนนี้ฉันเปิดเทอมแล้ว (เปิดก่อนโรงเรียนอื่นเขานะ) เนื่องจากโรงเรียนของเรา ต้องจัดเตรียมงานเปิดอาคาร 48 พรรษา ใน วันเสาร์ที่ 17 ต.ค 2552 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี จะเสด็จมาเปิดอาคารของเรา คราวแรกนะฉันดีใจมากๆเลยที่จะได้รับเสด็จพระองค์ท่าน แถมครูยังเลือกฉันให้เป็นคนต้อนรับแขกด้วยนะ ฉันนะภูมิใจมากเลย แต่ว่านะวันนี้โรงเรียนได้รับการติดต่อมาใหม่ว่า ในวันเสาร์ที่จะถึงนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีใม่สามารถเสด็จมาด้วยพระองค์เองได้ จึงต้องให้ผู้แทนพระองค์มาแ ทน คราวแรกฉันก็เสียดายเหมือนกันนะ แต่ว่ายังไงวันเสาร์ฉันก็ต้องมาโรงเรียน เพื่อรับแขกผู้ใหญ่ที่จะมาอยู่ดี
ส่วนอาทิตย์นี้พวกเราก็ไม่ได้เรียนวิชาอะไรกันมากหลอกเพราะครูที่เกี่ยวข้องกับงานส่วนใหญ่ก็จะไปทำงานกัน แล้วห้องของเราก็มีคนมาไม่มากด้วย อาทิตย์ก็เลย(ดู)เหมือนพวกเราจะสบายกันมากเพราะไม่ค่อยมีการบ้านสักเท่าไร

วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2552

diary online>ซีรีส์เกาหลี"รักแบบใหม่หัวใจ4ดวง"


ตอนนี้ฉันชอบซีรีย์เกาหลีเรื่องหนึ่งมากเลย ชื่อเรื่องว่า "รักฉบับใหม่หัวใจ 4 ดวง" เรื่องนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความรัก พระเอกน่ารักมากๆๆ โดยเรื่องนี้เริ่มออกอากาศทางช่อง 7 วันที่ 26ก.ย.2552มีเรื่องย่ออยู่ว่า
ความยาว: 25 ตอน
ออกอากาศ : เสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.15-11.00 น. ช่วง ยอดภาพยนตร์นานาชาติ
เรื่องราวมิตรภาพและความรักเกิดขึ้นเมื่อ คึมจันดี ได้พบกับสี่หนุ่มจอมปัญหาที่รวยที่สุดและเป็นพวกฟุ้งเฟ้อ โดยที่เธอมาส่งผ้าที่มาส่งซักแห้งที่ร้านของเธอ แต่การพบกันนั้นเธอได้สร้างความไม่พอใจให้ทั้งสี่หนุ่มเพราะว่าเธอเข้าไปยุ่งกับความอยุติธรรมที่พวกเขาสี่คนกำลังทำอยู่ ซึ่งแก๊ง F4 เป็นกลุ่มที่มีอภิสิทธิ์เหนือบรรดานักเรียนคนอื่นๆ แม้แต่อาจารย์ก็ยังไม่กล้าที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย เนื่องด้วยเพราะโรงเรียนแห่งนี้ได้รับเงินบริจาคมาจากพ่อแม่ของพวกเขานั่นเอง
คึมจันดี มีโอกาสได้เข้าไปเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ เพราะเธอได้รับทุนการศึกษา ให้เขามาศึกษาในฐานะนักเรียนพิเศษ เนื่องด้วยเพราะเธอได้เข้าไปช่วยเหลือ เด็กนักเรียนคนหนึ่งของโรงเรียน ชินฮวาที่กำลังจะฆ่าตัวตายเพราะถูกกลั่นแกล้งจากแก๊ง F4
เมื่อเธอได้เข้ามาเรียน เธอก็ได้พบเห็นพฤติกรรมของ กูจุนพโย หัวหน้าแก๊ง F4 ที่กลั่นแกล้งและทำร้ายนักเรียนคนอื่นๆ อยู่เป็นประจำซึ่งก็ได้สร้างความไม่พอใจให้เธอเป็นอย่างมาก
และด้วยความที่ต้องเผชิญหน้ากันอยู่บ่อยครั้ง จนกลายเป็นคู่ปรับประจำโรงเรียน ทำให้ กูจุนพโย และ คึมจันดี เริ่มใกล้ชิดกันมากขึ้น กูจุนพโย รู้สึกว่า คึมจันดี ไม่เหมือนกับผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต ความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อ คึมจันดี เริ่มก่อตัวขึ้นทีละน้อย จนกลายเป็นความรักในที่สุด แต่ในทางตรงกันข้าม คึมจันดี กลับรู้สึกว่าสิ่งที่ กูจุนพโย แสดงออกมาเหมือนจะพยายามหลอกตนให้ตกหลุมพรางบางอย่าง
และที่สำคัญไปกว่านั้น เธอเริ่มมีใจให้กับ ยุนจีโฮ สมาชิก แก๊ง F4 อีกคน เนื่องด้วยเพราะเธอรู้สึกชอบพอในนิสัยของ ยุนจีโฮ ก็ด้วยเพราะเขาเป็นคนที่เงียบขรึม ไม่คุยโวโอ้อวดเหมือนสมาชิกแก๊ง F4 คนอื่นๆ และยังมาช่วยเหลือในตอนที่เธอเดือดร้อนหรือกำลังเศร้าทุกครั้งไป ด้านยุนจีโฮ นั้นก็ได้แอบชอบ มินซอ-ฮยอน เพื่อนที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งตอนนี้ไปเป็นนางแบบอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส เธอมักจะเห็น ยุนจีโฮ นั่งมองภาพโฆษณาของ มินซอฮยอน อยู่บ่อยๆ จนเมื่อมีข่าวว่า
มินซอฮยอน จะแต่งงาน ทำให้ ยุนจีโฮ เกิดหมดอาลัยตายอยากในชีวิต มีแต่เพียงคึมจันดี เท่านั้นที่คอยให้กำลังใจ
กูจุนพโย พยายามพิสูจน์ตัวเองเพื่อหวังที่จะสามารถพิชิตใจ คึมจันดี ให้ได้ แต่อุปสรรคที่มากั้นขวางระหว่างความรักของทั้งสองช่างมีมากมายเหลือเกิน จนสมาชิกที่เหลือของแก๊ง F4 ต้องออกโรงช่วยเหลือ บทสรุปความรักของ กูจุนพโย และ คึมจันดี จะเป็นอย่างไรต้องคอยติตตามชม รักฉบับใหม่ หัวใจ 4 ดวง Boys Over Flowers ทางข่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณ(เรื่องย่อนะคะ)

วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2552

diary online>>กิจกรรมปิดเทอม

ตอนนี้ฉันได้เริ่มปิดเทอมแล้วนะ จะเรียกว่าปิดเทอมเสียทีเดียวก็ไม่ได้ เพราะว่าเพื่อนเขาเริ่มปิดเทอมกันตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย.2552 แต่ว่าฉันนะยังต้องไปโรงเรียนอีกหลายวันเลย รายการนะคือ
26ก.ย.2552โรงเรียนจัดให้พวกเรา (นักเรียนม.4 ห้อง 1-5)ไปทัศนศึกษาที่สวนสัตว์เขาดิน กรุงเทพฯ
28-29ก.ย.2552 และ1ต.ค2552 พวกเรา(นักเรียนโครงการวิทย์-คณิต ทั้ง 3 ห้อง)ต้องเข้าค่ายร่วมกันเป็นเวลา 3วัน 2คืน โดยค่ายนี้เป็นค่าย 1ของเด็กGifted ทุกคน และพวกยังต้องเข้าค่ายอีก 2 ค่ายถึงจะจบหลักสูตร และวันนี้ฉันก็ได้กลับบ้านมาพักผ่อนเสียที